ดนตรีเป็นศิลปะและภาษาสากลที่ง่ายต่อการสัมผัส

May 4th, 2015

Tiesto-Music-l
เสียงดนตรีเป็นภาษาสากลที่ให้สื่อสารกันทั่วโลก สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของมนุษย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวัน มนุษย์มีความคุ้นเคยกับดนตรี ทั้งในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การแสดงออก การแสดงความสามารถชั้นสูงที่บุคคลพึงกระทำได้ กิจกรรมดนตรีช่วยระบายอารมณ์ เป็นการผ่อนคลายความเครียดขณะทำงาน หรือเวลาว่าง ซึ่งดนตรีเป็นกิจกรรมนันทนาการที่ต้องมีควบคู่กับสังคม และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่มีบทบาทต่อบุคคล ชุมชนและประเทศชาติ สามารถเสริมสร้างให้บุคคลมีรสนิยม มีเสน่ห์ มีคุณวุฒิและสามารถทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายเกิดความพร้อม เพราะในขณะที่ฟังเสียงดนตรีนั้นสมองจะหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟินซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดความสุขออกมา เป็นสื่อกลางสำหรับความสัมพันธ์ ความเข้าใจอันดีต่อกันของมวลมนุษย์ทั่วโลก ไม่แบ่งอายุ ไม่แบ่งชั้นวรรณะ และเชื้อชาติ ดังจะเห็นได้จากการบรรเลงดนตรี ร่วมวงกันระหว่างนานาชาติซึ่งพูดกันคนละภาษา แต่ภาษาดนตรีนั้นทุกคนเข้าใจ ดนตรีแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และที่สำคัญยิ่งคือในโลกของดนตรีนั้นเป็นโลกแห่งความสันติ

ดนตรีสามารถใชัรักษาความเจ็บป่วยของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี และใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต ดนตรีเป็นศิลปะที่อาศัยเสียงเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่ผู้ฟัง เป็นความสุนทรีย์ที่ถ่ายทอดด้วยจิตใจและพลังความคิด ก่อให้เกิดความสุข ความซาบซึ้ง ความประทับใจได้ตามระดับการรับรู้ของแต่ละคน ดนตรีเป็นศิลปะที่ง่ายต่อการสัมผัส มีคนเคยกล่าวว่าดนตรีเป็นภาษาสากลเพราะสามารถเป็นสื่อความรู้สึกของชนทุกชาติได้ ดังนั้นคนที่โชคดีมีประสาทรับฟังเป็นปกติ ก็สามารถหาความสุขจากการรับฟังดนตรีได้ เสียงดนตรีจะกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายในเรื่องอัตราการหายใจ การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต การตอบสนองทางม่านตา ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ส่วนผลทางจิตใจก็คือ ดนตรีสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ สติ ความนึกคิด

คุณภาพของเสียง เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ดนตรีนั้นมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด ความกังวาล ความชัดเจนของเสียงมนุษย์ ขึ้นกับกล่องเสียง อวัยวะช่วงลำคอ ปาก จมูก น้ำเสียงที่กังวาลใสชัดนุ่มนวล จะทำให้ผู้ฟังเกิดความสบายกายสบายใจได้ ส่วนสีสันของเครื่องดนตรีขึ้นกับวัสดุ รูปแบบของเครื่องดนตรี รวมทั้งการเกิดของเสียงดนตรีด้วยวิธีการต่างๆ คุณภาพของเสียงเป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดให้ผู้ฟังชื่นชอบหรือไม่ เครื่องดนตรีประเภทต่างๆก็มีคุณภาพของเสียงที่แตกต่างกัน การเลือกเล่นเครื่องดนตรีชนิดใด ขึ้นกับวัตถุประสงค์และความพึงพอใจของผู้เล่น

หลีกเลี่ยงฟังเพลงดังๆ อันตรายทำร้ายสุขภาพหู

April 9th, 2015

สำหรับผู้ที่มีดนตรีในหัวใจ การฟังเพลงย่อมเป็นกิจกรรมสุดโปรดที่หลายๆ คนชื่นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสวมใส่หูฟังและเปิดเพลงให้ดังๆ เพื่อดื่มด่ำกับเสียงดนตรีได้อย่างเต็มอรรถรส เรียกได้ว่าดนตรียิ่งชัด เสียงยิ่งดัง ไม่มีเสียงด้านนอกเล็ดลอดมารบกวนได้เลยยิ่งดี แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมดังกล่าวกลับเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับสุขภาพหู ที่อาจรุนแรงจนถึงขั้นหูหนวกถาวรได้

เพราะในความเป็นจริงหูของมนุษย์สามารถรับฟังเสียงที่มีความดังไม่เกิน 80 เดซิเบล แต่จากพฤติกรรมการฟังเพลงโดยใช้หูฟังจากเครื่องเล่นเพลงหรือโทรศัพท์ รวมไปถึงการฟังเพลงโดยใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อจากบลูทูธ ผู้ฟังมักจะเปิดเพลงดังกว่าในระดับที่ปลอดภัย และมักฟังในระยะเวลานาน ซึ่งโดยทฤษฎีพบว่าการได้รับฟังเสียงถึงระดับ 105 เดซิเบล อาจทำลายประสาทการรับเสียง หรือส่งผลกระทบต่อแก้วหู จนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหูในระยะยาวได้ นอกจากนี้การใช้อุปกรณ์ไร้สายอื่นๆ อย่างบลูทูธนั้นอาจส่งผลร้ายต่อสมองเนื่องจากมีโอกาสที่จะได้รับรังสีจากคลื่นวิทยุอีกด้วย

ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่พบ คือการเป็นโรคประสาทหูเสื่อม ซึ่งทำให้การได้ยินเสียงลดลง จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากการรับฟังเสียงดังและฟังในระยะเวลาที่นานจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดนิสัยฟังเพลงเสียงดังๆ ผ่านหูฟังตลอดเวลา การเที่ยวกลางคืนเป็นประจำและอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง อันเป็นเหตุให้เซลล์รับคลื่นเสียงในความถี่ 2,000-6,000 เฮิรตซ์ ถูกกระทบกระเทือนจนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทำให้ลำบากต่อการพูดคุยและต้องฟังเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีเสียงดังมากจนเกินไป ที่สำคัญคือปรับลดพฤติกรรมการฟังเพลงโดยปรับลดระดับเสียง และลดระยะเวลาในการฟังลง เพื่อถนอมสุขภาพหู ให้เราสามารถรับฟังและสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ดนตรีกับสุขภาพจิตของเยาวชนดังนี้ความหมายของดนตรีที่มีมากมาย

February 16th, 2015

5

ดนตรีกับสุขภาพจิตของเยาวชนดังนี้ความหมายของดนตรีที่มีมากมาย สุดแท้แต่เราจะมีแนวความคิดไปทางใด ดนตรีเป็นชีวิต จิตใจของเยาวชน ดนตรีมีความผูกพันกับมนุษย์มาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เริ่มตั้งแต่จังหวะการเต้นของหัวใจของมารดาส่งผ่านทางสายรก และมีผลต่อความรู้สึกได้ของทารกเมื่อคลอดออกมา ทารกจะรับรู้เสียงต่าง ๆ ในรูปแบบมากมาย ทั้งที่เป็นเสียงดนตรีธรรมชาติ คือ เสียงนกร้อง เสียงใบไม้ไหว หรือเสียงดนตรีที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมา ตลอดจนเสียงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวมากมาย ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิต และสุขภาพกายได้ เช่น เสียงของแตรรถยนต์ เสียงเครื่องยนต์ เครื่องจักรในโรงงาน เป็นต้นทางด้านเสียงมนุษย์ เด็กก็เริ่มรู้จักเสียงของตนเอง และพัฒนาการพูดจากับพ่อแม่เกิดความเข้าใจภาษาพูด ภาษาท่าทาง เพื่อการปรับตัวเข้าสังคม

การใช้ภาษานี่เองที่เป็นรากฐานของพฤติกรรมต่าง ๆ ที่จะมีต่อไปของเยาวชนคนนั้น ๆเสียงดนตรีและเสียงร้องของมนุษย์ เป็นตัวกระตุ้นชนิดหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงพฤติกรรมได้ เช่นเดียวกับตัวกระตุ้นอื่น ๆ คือ การสัมผัส กลิ่น รูป และรส หากจัดให้เยาวชนอยู่ในที่ที่มีเสียงดังอึกทึกเกินขีดจำกัดที่หูจะทานรับเสียงไว้ได้ เขาจะมีอารมณ์หงุดหงิด และโกรธง่าย แต่ถ้าหากได้อยู่ในที่เงียบตามธรรมชาติ จิตใจเยือกเย็นเยาวชนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเรียน ผู้ปกครองมักจะมุ่งให้ลูกเอาใจใส่วิชาสามัญเท่านั้นส่วนวิชาดนตรีมีน้อยราย ที่เห็นความสำคัญ สัมพันธ์กับชีวิตในอนาคต ทั้งนี้มีสาเหตุสำคัญ คือ ครูในโรงเรียนสามัญจำนวนมาก ขาดความรู้ทางด้านดนตรี หรือไม่อาจสร้างสิ่งแวดล้อมกระตุ้นให้เยาวชนเกิดความซาบซึ้งทางดนตรีชนิดที่เป็นแก่นสารได้ หรืออาจารย์สอนดนตรีที่มีความรู้ ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะสอนเนื้อหาดนตรีให้แก่นักเรียนเป็นพิเศษหากโรงเรียนจัดห้องซ้อมดนตรี จัดสถานที่ให้นักเรียนได้จัดก็ช่วยลดปัญหาชีวิตของเยาวชนโดยจัดกลุ่มวงดนตรี ฝึกทักษะ ความชำนาญทางดนตรีถึงแม้ว่าความหวังที่จะนำดนตรีมาช่วยเหลืองานด้านสุขภาพจิตยังอยู่ในวงจำกัดหากทุกฝ่ายเริ่มมาศึกษาถึงประโยชน์ของดนตรีแล้วนำความรู้มาช่วยเผยแพร่ แนะนำลักษณะของดนตรีที่ดีให้แก่เยาวชน และบุคคลทั่วไป เพื่อใช้ประกอบการลดปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชน ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ดนตรีที่มีจังหวะและท่วงทำนองที่เหมาะสม จะมีผลทำให้สมองพัฒนาได้ถึงขีดสุด

January 15th, 2015

สมองของเด็กประกอบด้วยเซลล์ประสาทเป็นจุดๆ กำลังรอคอยการเชื่อมต่อกันเพื่อนำเข้าส่งต่อและบันทึกข้อมูลต่างๆ ทุกๆ ครั้งที่เด็กถูกกระตุ้นให้คิด จุดเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นหรือที่มีอยู่แล้วก็แข็งแรงขึ้น ถ้ามีจุดเชื่อมต่อโยงใยมาก เซลล์จะแข็งแรงและฉลาดยิ่งขึ้นแต่ถ้าไม่ได้รับข้อมูลเป็นเวลานานเซลล์ประสาทก็จะเหี่ยวเฉาตายไป

การศึกษาทารกอายุ 3 เดือน ซึ่งเรียนรู้ทักษะง่ายๆ ขณะฟังดนตรีคลาสสิกพบว่า เด็กๆ จะจำสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้ได้นาน และเมื่อเปิดเพลงเดิมให้ฟังอีกครั้ง หลังจากนั้นไปอีก 7 วัน เด็กก็ยังจำเพลงนั้นได้อยู่

การศึกษาเด็กก่อนวัยเรียน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ฝึกเล่นเปียโน กลุ่มที่ฝึกใช้คอมพิวเตอร์ และกลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึกฝนใดๆ พบว่าในระหว่างที่ทำการวิจัย มีกลุ่มเด็กที่เล่นเปียโนเพียงกลุ่มเดียว ที่มีความสามารถเข้าใจเหตุผลของความสัมพันธ์เชิงมิติของสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วเพิ่มขึ้น 37%

การศึกษากลุ่มเด็กอนุบาล พบว่า ความสามารถในการจำแนกเสียงสูงต่ำ สัมพันธ์กับทักษะการเรียนรู้ ด้านการอ่านหนังสือ

Fran Rauscher และ Gordon Shaw แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอเนียร์ ได้ทำการศึกษาผลจากการฟังเพลงโมสาร์ท พบว่าเพลงคลาสสิกมีอิทธิพลต่อการคิดวิเคราะห์เหตุผลเชิงความสัมพันธ์ในมิติของสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ เขาทำการทดลองกับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย 3 กลุ่ม กลุ่มแรกฟังเพลงโซนาต้าของโมสาร์ท กลุ่มที่สองฟังเพลงประเภทผ่อนคลาย กลุ่มที่สามไม่เปิดเสียงใดๆ ให้ฟัง พบว่าหลังจากกลุ่มแรกที่ฟังเพลงโซนาต้าของโมสาร์ทไม่กี่นาที สามารถทำคะแนนสอบในวิชาทักษะด้านการหาเหตุผลด้านความสัมพันธ์เชิงมิติเพิ่มขึ้น 62% ซึ่งดีกว่ากลุ่มอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

ปี พ.ศ. 2537 นักจิตวิทยาชื่อ Fran Raucher และนักฟิสิกส์ Gordon Shaw มหาวิทยาลัย University of California-Irvine วิจัยหาจุดต่อระหว่างดนตรี ทักษะในทางคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ กลุ่มแรกได้รับการฝึกให้ร้องเพลงทุกวัน กลุ่มสองได้รับการฝึกคีบอร์ดสัปดาห์ละครั้ง กลุ่มสามไม่ได้รับการฝึกดนตรีใดๆ แม้การให้เด็กอายุ 3 ขวบ เรียนดนตรีจนประสบความสำเร็จ จะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่มีผลผนวกดนตรีเข้ากับการเรียนได้เป็นอย่างดี หลังจาก 8 เดือน เด็กที่ได้รับการฝึกดนตรีมีความเฉลียวฉลาดมากขึ้นถึง 46% มากกว่าเด็กกลุ่มควบคุมซึ่งพัฒนาเพียง 6% และเด็กที่พัฒนาความฉลาดจากการเล่นดนตรีได้อย่างน่าตื่นเต้นคือ เด็กพิการ

งานวิจัยอีกชิ้นกล่าวว่า ช่วงเวลาที่เด็กจะพัฒนาความฉลาดทางดนตรีให้มากที่สุดคือทันทีที่เด็กเกิด เพราะสมองบางส่วนที่ไม่ได้ถูกใช้ในการพัฒนาด้านดนตรี อาจถูกเปลี่ยนไปใช้พัฒนาในด้านอื่นๆ ดังนั้นยิ่งเด็กได้เรียนรู้ดนตรีเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีความสามารถในการเรียนมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการวิจัยว่าดนตรีแบบต่างๆ ส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กต่างกัน ดนตรีคลาสสิกมีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคได้ ขณะที่เพลงมาร์ชปลุกใจสามารถเพิ่มอาการ hyperactivity ให้เด็กบางคน ส่วนดนตรีร๊อคและดิสโก้ อาจเป็นการกระตุ้นเด็กมากเกินไป ควรหลีกเลี่ยงการเปิดดนตรีให้เด็กฟังตลอดเวลา เพราะความเงียบเป็นอีกส่วนที่สำคัญต่อการพัฒนาความสามารถในการแยกแยะเสียงของเด็ก เมื่ออยู่ในที่เงียบ เด็กจะเพ่งสมาธิไปยังการฟังได้ นอกจากนี้ สิ่งแวดล้อมที่มีเสียงดนตรีหนักๆ เร่งเร้า กระตุ้นตลอดเวลา จะทำให้เด็กโวยวาย และทำให้ความสามารถในการฟังลดลง

สรุปแล้วดนตรีที่มีจังหวะและท่วงทำนองที่เหมาะสม จะมีผลทำให้สมองพัฒนาได้ถึงขีดสุด เสริมความฉลาดในหลายๆ ด้าน ช่วยเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ เพิ่มความสนใจในงานต่างๆ และพัฒนาการควบคุมสิ่งกระตุ้นและพัฒนาการเคลื่อนไหว

ฟังเพลงช่วยกระตุ้นความจำ

December 6th, 2014

ความจำเป็นสิ่งมีค่ายิ่ง หากสูญเสียไปย่อมส่งผลต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก โรคที่มีอาการความจำเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยสูงอายุ โดยในประเทศไทยพบสูงถึง 3.3% ในกลุ่มประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และจะเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าในประชากรอายุมากกว่า 90 ปี อาการความจำเสื่อมมักเป็นอาการเริ่มแรกของผู้ป่วยกลุ่มนี้ จากนั้นจึงจะมีความผิดปกติของสมองส่วนอื่นๆ ตามมา จนกระทั่งสูญเสียการทำงานของสมองโดยรวมอย่างสิ้นเชิง อาจเปรียบได้ว่าสมองกำลังเดินทางย้อนเวลากลับไปเป็นทารกอีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งนี้ในหลายกรณีกลับพบว่าถึงแม้ระบบความจำและการใช้ภาษาของผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะมีการทำหน้าที่อย่างผิดปกติ แต่ความสามารถและความทรงจำทางด้านดนตรีกลับคงอยู่

จากการศึกษาของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษพบว่า ในระหว่างการสนทนากับผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ หากได้มีการเปิดเพลงคลอเบาๆ ไปด้วยจะมีผลทำให้ความจำของผู้ป่วยดีขึ้น สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเสียงดนตรีที่ผ่านเข้าไปยังสมองมีผลช่วยในการจัดเรียงระบบการทำงานของเซลล์สมองให้สามารถที่จะจดจำสิ่งใหม่ๆ ได้มากขึ้น กระบวนการนี้จึงถูกนำมาใช้บำบัดผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เพื่อช่วยกระตุ้นความจำ นอกจากนี้เสียงเพลงดังกล่าวยังทำให้พฤติกรรมและอารมณ์ของผู้ป่วยดีขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ผลของดนตรีต่อความจำไม่ได้มีผลดีต่อผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมเท่านั้น หากแต่ส่งผลดีต่อคนทั่วไปด้วยเช่นกัน คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของความจำของนักศึกษาโดยให้ฟังเพลงคลาสสิกของโมสาร์ท ผลปรากฏว่าความจำของนักศึกษาที่ผ่านการทดลองมีประสิทธิภาพดีขึ้น ผลดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานได้เป็นอย่างดี เช่น การเปิดเพลงระหว่างการทำงานของพนักงานบริษัท หรือการเปิดเพลงในห้องสมุดโรงเรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานและความจำให้ดียิ่งขึ้น

“ไม่ว่าจะปวดกายหรือปวดใจก็คลายได้ด้วยเสียงเพลง” ผลของดนตรีต่ออาการปวด “ความเจ็บปวด” คือความรู้สึกที่มนุษย์ทุกคนพยายามจะหลีกเลี่ยง แต่ต้องเผชิญไม่ว่าจะเป็นการเจ็บปวดทางกาย เช่น จากบาดแผลหรือโรคภัยไข้เจ็บ หรือการเจ็บปวดทางใจ ก็ทำให้เกิดความทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้น

มนุษย์ได้มีการใช้ดนตรีบำบัดความเจ็บปวดผ่านท่วงทำนองต่างๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น ชนบางกลุ่มใช้การสวดมนต์หรือการร้องเพลงในส่วนหนึ่งของพิธีกรรม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยคลายจากความทุกข์ทรมานของโรคหรือบาดแผล ในปัจจุบันก็ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าผลของดนตรีสามารถใช้ในการบรรเทาอาการปวดได้หลากหลาย ได้แก่ อาการปวดศีรษะ อาการปวดจากโรคเนื้องอก อาการปวดบาดแผลหลังการผ่าตัด หรือแม้แต่อาการปวดที่ว่ากันว่าแสนสาหัสอย่างการปวดครรภ์ โดยพบว่าการฟังดนตรีสามารถลดการใช้ยาแก้ปวดได้มากถึง 50% ทราบอย่างนี้แล้วสามีท่านใดมีภรรยากำลังจะคลอด อย่าลืมติดเพลงโปรดไปให้ภรรยาฟังเวลาเบ่งท้องคลอดด้วย